.. ขอบคุณ ..
posted on 20 Jan 2008 18:59 by lamparmผมจำไม่ได้ว่า ผมเคยพูดคำขอบคุณกับพนักงานเก็บตั๋วหน้าโรงหนังรึเปล่า อาจเคยหรือไม่เคย หากว่าเคยพูดก็คงแค่ครั้งหรือสองครั้ง และผมก็จำไม่ได้ว่าผมเคยพูดคำขอบคุณพนักงานเก็บเงินบนรถเมล์บ้างรึป่าว รวมทั้งเคยพูดคำขอบคุณกับคุณยายขายถั่วต้มหน้าปากซอยรึป่าว ที่ไม่แน่ใจอาจเป็นเพราะนานๆผมจะอุดหนุนคุณยายสักครั้งเลยไม่แน่ใจว่าผมเคยพูดขอบคุณ คุณยายบ้างรึป่าว
แต่เมื่อคิดดูอีกที คงไม่ใช่เพราะความถี่ในการซื้อหรือความไม่ใส่ใจในการจดจำที่ทำให้ผมจำไม่ได้ว่าเคยพูดคำขอบคุณกับเขาเหล่านั้นสักครั้งไหม หากแต่คงเป็นเพราะ ผมไม่ได้พูดคำนี้บ่อยจนติดเป็นนิสัยตางหาก
ที่ผมเริ่มต้นเล่าเรื่องแบบนี้ ก็เป็นเพราะผมเพิ่งรู้จักและรู้สึกถึงพลังอันทรงประสิทธิภาพอย่างหนึ่งในธรรมชาติ เป็นพลังที่เกิดขึ้นจากความรู้สึกและถูกถ่ายทอดออกมาทางคำพูด สีหน้า แววตา ท่าทาง มันไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ ไม่ใช่การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ เพราะแม้แต่คุณแม่ของผมเองก็เคยสอนผมพูดมันมาแล้ว คำว่า “ขอบคุณ”
อันที่จริงแล้วตัวผมเริ่มรู้จักกับพลังจากคำขอบคุณนี้ มากเกือบ 1 ปีแล้วครับ เพียงแต่ยังเป็นเพียงแค่รู้จักแต่ไม่รู้สึกและรับรู้ถึงมันอย่างเข้าใจ มันเริ่มต้นจากน้องสาวของผมคนหนึ่งที่เป็นผู้นำผมไปรู้จักกับคำว่า “ขอบคุณ” แม้ตอนนั้นผมจะยังคงไม่เข้าใจนักกับสิ่งที่น้องสาวของผมทำและออกจะติดตลกกับการกระทำนั้นก็ตาม
ในสมุดไดอารี่ของเธอทั้งเล่ม มีแต่ประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “ขอบคุณ”
“ขอบคุณรอยยิ้มของพี่รหัส…ทำให้ฉันรู้สึกถึงการต้อนรับที่อบอุ่น”
“ขอบคุณฝนที่ตกกระหน่ำ แม้มันทำให้ฉันเปียกเป็นลูกหมาตกน้ำ แต่มันทำให้ฉันได้ฤกษ์ที่จะซักรองเท้าเน่าของฉันคู่นี้สักที”
“ขอบคุณไอ้…ที่ปล่อยให้ฉันรอเกินเวลานัดนานเกือบชั่วโมง แต่ฉันก็ได้เดินดูของอย่างสบายอารมณ์เพียงลำพังตัวฉันเอง”
ผมจำได้ไม่เยอะเท่าไหร่ครับ บางประโยคก็ไม่ตรงเป๊ะกับที่น้องสาวผมเขียนมากนักแต่ก็จะเป็นไปในแนวๆนั้นครับ
นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมรู้จักกับคำว่าขอบคุณ แบบที่หลายคนต่างเห็นไดอารี่นั้นแล้วอาจต้องคิดว่า “เหลืออีกกี่สิ่งบนโลกใบนี้ที่ยังไม่ได้ขอบคุณอีก” จนกระทั้งผมมาได้สัมผัสพลังนี้กับตัวเองเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา
ผมขอบคุณแม่ค้าขายหมูปิ้งหน้าปากซอย เป็นครั้งแรกที่ผมจำได้ว่าขอบคุณผู้ที่ผมยื่นเงินให้เพื่อแลกเปลี่ยนกับสินค้า ตอนนั้นก็ยังงงๆกับตัวเองว่าจะไปขอบคุณเขาทำไม เราเป็นผู้ซื้อเขาเป็นผู้ขาย …. วันต่อมา ผมก็แวะซื้อหมูปิ้งร้านหน้าปากซอยร้านเดิม แต่สิ่งที่ผิดไปจากทุกวันคือ ผมได้หมูปิ้งมากกว่าจำนวนเงินที่ผมจ่ายเพื่อเป็นค่าหมูปิ้ง ผมได้แถมมา 1 ไม้ แม่ค้ายิ้มด้วยอัธยาศัยไมตรีและพูดคุยกับผมเล็กน้อยเรื่องงานที่ผมทำ ตลอดทั้งอาทิตย์ มี 4 วันที่ผมได้รับหมูปิ้งแถมมา 1 ไม้
อาจจะมองว่าครั้งนี้เป็นเรื่องบังเอิญก็ได้นะครับ หรือ แม้ค้าอาจอยากได้ขาประจำ หรือ อาจจะกลัวผมกินไม่อิ่ม ก็เลยแถมให้มาด้วยเมตตา ก็อาจเป็นไปได้ แต่สิ่งที่ผมได้รับคือรู้สึกถึงความสดชื่น รู้สึกถึงการเริ่มต้นที่ดีและสิ่งดีๆที่ได้รับจากคำขอบคุณ ครับ
ผมเริ่มจะรู้สึกว่า ที่ผ่านมาผมละเลยที่จะสำนึกถึงสิ่งต่างๆที่รายล้อมรอบตัวผม ผมละเลยที่จะพูดคำขอบคุณออกไป เพียงเพราะหลายสิ่งมันไม่มีชีวิตเป็นเพียงวัตถุสิ่งของ หากผมพูดขอบคุณออกไปก็คงไม่ได้รับอะไรกลับมาจากสิ่งของเหล่านั้น ผมคิดเช่นนั้นเพราะผมไม่ได้รับความรู้สึกดีจากสิ่งของไร้ชีวิตนั่นเอง ผมคงต้องเริ่มเปลี่ยนความคิดของผมในเรื่องนี้ใหม่ ใช้พลังของคำว่าขอบคุณ ให้เป็นประโยชน์กับตัวผม จิตใจผมให้มากขึ้น หากผมจะขอบคุณแปรงสีฟัน ที่วันนี้ขนแปรงไม่บาดเหงือกผมบ้างจะเป็นไร หากผมจะพูดคำขอบคุณคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ของผม ที่ทำให้ได้รู้จักพวกคุณ บ้าง………………………………..…..อืม .. ลองดูไหมครับ รู้สึกดีจริงๆ
วันหนึ่งหากมีคนหัวเราะผม กับไดอารี่สักเล่มของผม ที่ทุกประโยคขึ้นต้นด้วยคำว่า “ขอบคุณ”
ผมจะยินดีมากครับ ..
ขอบคุณทุกคน ที่ชีวิตผมได้รู้จัก..ขอบคุณนะครับ..
ขอบคุณที่มีวันนี้
จอยก้อขอบคุณโลกใบนี้ที่ได้มาเจอกับน้าปามอิอิ
ว่าแต่น้าทุกข์ไรหรอเล่าสู่กันฟังได้นะ
อย่าทุกข์มากนักเด๋วแก่รึว่าแก่อยู่แร้วเอ่ยก๊ากๆๆ
#1 By ::ระเบียงอารมณ์:: on 2008-01-20 19:22